สวัสดีสดีคร้าบบทุกโค้นนนน ต้าาเจียยห่าวว ผมชื่อ อัษฎายุธ ด้วงทอง เป็นตัวแทนจากสมายุวเกษตกรสากลแห่งประเทศไทย(IFYE)ไปแลกเปลี่ยน ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน ถึง 11 สิงหาคม 2568 ณ ไต้หวัน🇹🇼
ผมเกิดและเติบโตที่จังหวัดตรัง ปัจจุบันผมอายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่คณะสหเวชศาตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผมมีความสนใจในด้านการเกษตรมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กร่วมกับการที่ที่บ้านของผมประกอบอาชีพทำสวนยางพารามาหลายรุ่นทำให้อยากที่จะมีโอกาสหาประสบการณ์แล้วกลับมาพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนของผมครับ ดังนั้นจึงรู้สึกทราบซึ้งใจกับสมาคมยุวเกษตรกรสากลแห่งประเทศไทย (IFYE) และการยางแห่งประเทศไทย (RAOT) เป็นอย่างมากที่ช่วยสนับสนุนและให้โอกาสที่ดีนี้แก่ผมครับ
“Man cannot discover new oceans unless he has the courage to lose sight of the shore.” – Andre Gide
ผมหวังว่าการไปแลกเปลี่ยนในครั้งจะทำให้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าในเรื่องของความรู้ทางการเกษตร การแลกเปลี่ยนภาษาวัฒนธรรมและการเรียนรู้ในการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆอีกด้วย ดั่งคำที่ว่า

ค่ายปฐมนิเทศ วันที่ 18 – 23 พฤษภาคม ณ จังหวัด สระบุรี
Day 1 ผมได้เดินทางจากหอพักไปยังสมาคมยุวเกษตรสากลแห่งประเทศไทยประมาณ 11 โมงและได้เจอเพื่อนๆและสมาชิกIFYEทุกคนที่น่ารักมากๆ ทำให้ผมอุ่นใจตั้งแต่วันแรกเลยล่ะครับ แล้วเราก็ได้ออกจากสมาคมประมาณบ่ายโมงแล้วเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และนี่คือบรรยากาศที่พักของพวกเรา ขอบอกเลยว่าฟินมว๊ากกกก🤩🤩😚


Let’s begin the journey to Taiwan together.
Day 1 (June 26)
ผมได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้จากการได้บอกลากันกับเพื่อนๆ ครอบครัว สมาชิกIFYEและจะขาดไปไม่ได้คือป้าอุษาของพวกเรานั่นเอง




หลังจากนั้นเราก็เตรียมพร้อมรอขึ้นที่สนามบินดอนเมืองในตอนเช้า แล้วผมก็หลับไปเลยยาวๆครับตื่นมาก็ถึงไทเปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็ได้เจอพี่ๆจากIFYE Taiwanมาต้อนรับแล้วยังได้พบกับเพื่อนจากเกาหลีอีก2คนอีกด้วย หลังจากนั้นเราก็ได้ทานบะหมี่แล้วกลับไปโรงแรมที่เถาหยวน แล้วแยกย้ายกันไปทานอาหารเย็น



ตกดึกเราก็ได้ไปเดินตลาดกลางคืนZhongli night marketกันครับซึ่งบรรยากาศที่นั่นก็ดีและมีอาหารหลากหลายมาก แล้วก็กลับไปพักผ่อนกันครับ



Day 2 (June 26)
วันนี้เราได้เดินทางมาที่Ministry of Agriculture ที่ไทเปกันครับ กิจกรรมแรกก็จะเป็น ice breaking gameให้แต่ละคนได้รู้จักกันมากขึ้น หลังจากนั้นก็ได้รู้จักกับคนของIFYE Taiwanและได้ฟังบรรยายเกี่ยวกับ4Hของไต้หวันอีกด้วย



ตอนบ่ายเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชาของไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำชา ชนิดของชาและความแตกต่างของชาแต่ละชนิด มากไปกว่านั้นเรายังได้ชิมของหวานที่แสนอร่อยจาก Han เพื่อนIFYE Taiwán อีกด้วย



หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปยังตึกที่สูงที่สุดในไทเปนั่นก็คือไทเป101นั่นเองง ซึ่งข้างบนคือสวยยมว๊ากกกก กอไก่ล้านตัวววว หลังจากนั้นก็เดินทางไปกินร้านอาหารไต้หวันซึ่งเดิมทีแล้วเป็นร้านของสมาชิกIFYEจากอเมริกาที่เคยมายังไต้หวัน






DAY 3 (JUNE 27)
วันที่สามเป็นวันที่เราได้เรียนรู้ภาษาจีนเบื้องต้น ความรู้เกี่ยวกับประเทศไต้หวันแล้วหลังจากนั้นก็เป็นการพรีเซ็นต์ ของแต่ละประเทศรวมถึงประเทศไทยของเราด้วยหลังจากนั้นตอนบ่ายเราก็ได้เดินทางไปยังสวนของคุณLouis Liu ซึ่งเป็นประธานของIFYE Taiwánและยังเป็นhost familyคนแรกของผมด้วยนั่นเองบอกได้เลยว่าตื่นเต้นมากๆครับ หลังจากที่เราไปถึงแล้วคุณLouisก็ได้พาพวกเราไปดูเกี่ยวกับธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเกษตรที่ได้นำเข้ามาจากต่างประทศ ฟาร์ม สวนกระจกและส่วนต่างๆรอบๆบ้านสุดท้ายแล้วสิ้นสุดด้วยการจัดปาร์ตี้ barbecue ในสวนกระจกซึ่งทำให้ได้พูดคุยและทำความรู้จักกับเพื่อนๆต่างชาติมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความสุขมากกๆครับ
DAY 4 (JUNE 28)
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการปฐมนิเทศในเมืองเถาหยวนก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปแต่ละเมือง โดยจะเริ่มจากกิจกรรมที่ให้เราสามารถถามคำถามหรือสิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับเมืองต่างๆในไต้หวันและหลังจากนั้นเราก็ได้กินข้าวเที่ยงด้วยกันแล้วก็แยกย้ายกันครับ ส่วนผมก็กลับบ้านไปพร้อมกับคุณLouis Liu พอมาถึงบ้านเค้าก็พาผมไปแนะนำสิ่งต่างๆในบ้านแล้วหลังจากนั้นผมก็ได้ไปช่วยทำสวนและได้เจอเพื่อนจากฟิลิปินส์2คนและเวียดนามยามอีก3คนที่สอนผมทำสวน รดน้ำต้นไม้ ตกปลาครับ แล้วเย็นวันนั้นผมก็ได้กินข้าวด้วยกันกับครอบครัว
Day 5 (JUNE 29)
วันนี้เราก็ออกจากบ้านตั้งแต่6โมงเช้าเลยครับเพราะเราต้องไปส่งคุณ Oda Tetsuya ที่สนามบินกลับไปที่Okinawa หลังจากนั้นเราก็กลับมากินข้าวเช้ากันที่บ้านแล้วผมก็ได้ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้านที่ชื่อว่า Guoling forest park สักพักหนึ่งจากนั้นก็เดินทางต่อไปรับสมาชิกอีก2จากจากกระทรวงการเกษตรของไต้หวันที่สถานีรถไฟความเร็วสูงเถาหยวนกันเพราะเราจะไปเซอร์เวย์แคมป์บนภูเขาที่Wufeng,Hsinchu(จังหวัดชินจู)ด้วยกันครับ บอกเลยว่าธรรมชาติที่นี่สวยงามมากซึ่งมีความสูงถึง 1080 เมตร จากระดับน้ำทะเลเลยทีเดียว
DAY 6 (JUNE 30)
เราเริ่มต้นวันด้วยการปลูกต้นคุณนายตื่นสายกันครับ หลังจากนั้นตอนสายๆเราก็ได้ไปโรงเรียนTaoyuanshizhongliquzhongping Elementary Schoolซึ่งเราได้เจอท่านผู้อำนวยการและน้องๆที่โรงเรียนซึ่งพวกเขาน่ารักและเป็นกันเองมากๆ ผมได้แลกเปลี่ยนความรู้และแนะนำประเทศให้กับน้องชั้นป.5ได้ฟังครับ หลังจากนั้นก็ต้องร่ำลาเด็กๆและไปกันต่อสำหรับที่ต่อไปนั่นก็คือ ฟาร์มดอกบัวขนาดย่อมๆนั้นเองซึ่งคุณลุงเจ้าของเป็นคนที่เพาะพันธุ์บัวหลากหลายชนิดมากๆและเป็นเพื่อนกับโฮสของผมด้วย และแน่นอนว่าเมืองTaoyuanที่ผมอยู่นั้นกำลังจะมีLotus festivalอยู่พอดีซึ่งอยากบอกเลยว่าที่นี่เต็มไปด้วยดอกบัวทุกทิศทุกทางเลยล่ะ หลังจากนั้นเราก็ไปกันต่อที่สวนแห่งนึงซึ่งสวยงามมากๆครับเหมือนกับได้เข้าไปในหนังจีนโบราณเลยก็ว่าได้ เสร็จแล้วเราก็กลับบ้านมาเรียนรู้เกี่ยวการติดตั้ง การตั้งค่าเวลารวมถึงการต่อท่อ sprinkler ครับ บอกเลยว่าตอนแรกอาจจะยากหน่อยแต่พอทำได้แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้เลยล่ะ
DAY 7 (JUNE 31)
เริ่มวันมาก็เปื้อนเลยครับ555 วันนี้เราได้รู้จักกับต้นIrish ครับ ซึ่งเป็นพืชน้ำที่มีดอกที่สวยงามมากซึ่งคุณLouisได้นำมาจากญี่ปุ่นเลยล่ะ หลักๆของเราคือการนับจำนวนและรอpackของนั่นเอง ซึ่งทำให้เราได้เห็นกระบวนการทำงานของคนที่นี่ด้วย หลังจากนั้นเราก็ต่อsprinklerกันต่อครับ ตอนบ่ายเราก็เตรียมตัวสำหรับการไปแคมปิ้งบนภูเขาที่มีชื่อว่า Lalashan ซึ่งเป็นการเดินทางที่ไกลและใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งแต่เป็นอะไรที่คุ้มมากๆครับเพราะวิวระหว่างทางคือสวยตาแตกจริงๆครับ และถ้าใครที่ชอบภูเขา ชอบธรรมชาติบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด มากไปกว่านั้นคือช่วงนี้เป็นฤดูของลูกพีชครับระหว่างทางเราก็จะเห็นร้านค้าที่ขายลูกพีชและสวนพีชเต็มตลอดทางเลยครับ และหลังจากที่เราถึงลานแคมปิ้งเราก็ได้จัดแจงทำอาหารต่างๆนาๆครับ แอบกระซิบว่าอาหารผมเป็นลูกมือเองล่ะครับ แล้วจากนั้นเราก็นั่งชมบรรยากาศก่อนเข้านอนครับ
Day 8 (JULY 2)
วันนี้เริ่มมาด้วยการออกมาสัมผัสลมเย็นตอนเช้าและจิบชาร้อนๆกับคุณ Louis เช่นเดิมครับ หลังจากนั้นเราก็ทานอาหารเช้าและเตรียมตัวเก็บของออกจากลานแคมปิ้งครับ หลังจากนั้นเราก็ได้ไปยัง Lala Shan National Forest Recreation Area ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าที่ยาวและสองข้างทางรายล้อมไปด้วยพืชพรรณ ต้นไม้หลากชนิดเลยครับแต่ที่สำคัญที่สุดเลยคือต้น Red wood ครับ
เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรงมากและมีกลิ่นของเนื้อไม้ที่หอมถึงแม้ว่าไม้ต้นนั้นจะโค่นลงแต่กลิ่นนั้นก็ยังคงอยู่ต่อไปได้หลายปีเลยครับ ซึ่งครั้งหนึ่งในสมัยที่ไต้หวันตกเป็นเมืองขึ้นของจักวรรดิญี่ปุ่นต้นRed woodก็ถูกโค่นลงแล้วนำไปสร้างเป็นสถาปัตยกรรม วัด อาคารของประเทศญี่ปุ่นและที่สำคัญคือต้นไม้พวกนี้มีอายุราว 1000-2000 ปีเลยล่ะครับ เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้สัมผัสความอลังการของธรรมชาติขนาดนี้ หลังจากนั้นเราก็ไปยัง Bailing tower ซึ่งข้างบนนี้วิวก็สวยไม่แพ้กันเลยละครับ หลังจากนั้นเราก็ไปบ้านของเพื่อนคุณ Louisที่นี่ เค้าน่ารักมากๆได้ทำ peach shake กับ ข้าวผัดมาให้พวกเราได้ทานและเราได้เยี่ยมชมบ้านของเขาและกลับบ้านกันครับ
DAY 9 (JULY 3)
วันนี้เปิดมาด้วยการปลูกคุณนายตื่นสายอีกแล้วครับทุกคนเพิ่มเติมคือ Brian หลายชายของโฮสกลับมาจากเกาหลีแล้ว เราเลยได้เพื่อนมาช่วยปลูกกันอีกคนครับ จากนั้นสายๆผมก็เดินทางไปสนามบินเพื่อไปส่งเพื่อนIFYEจากไต้หวันไปแลกเปลี่ยนที่สาธารณะรัฐฟิลิปปินส์ครับ จากนั้นก็กลับมาที่บ้าน ตกเย็นผมก็ไปปั่นจักรยานไปNational central university โดยมีBrian กับ เพื่อนของBrian ที่ชื่อว่า Brainอีกที เป็นไกด์ในครั้งนี้ครับ ซึ่งมหาลัยนี้เป็นที่เลื่องชื่อในเมืองTaoyuanเลยก็ว่าได้และบรรยากาศในมอก็ร่มรื่น สงบ น่าเรียนมากๆครับ และคืนนี้เราก็ได้ไปนอนที่บ้านของ Brian ครับ เราก็ได้รู้จักครอบครัวของเขามากขึ้นอีกทั้งได้แบ่งปันช่วงเวลาตอนกลางคืนด้วยกันโดยการเล่นPlay station 5 ซึ่งสนุกมากๆเลยแล้วเราก็ต้องวางแผนสำหรับพรุ่งนี้กันต่อครับ
Day 10 july 4
วันนี้Brianจะรับบทเป็นไกด์ให้เราทั้งวันเลยครับ เริ่มต้นด้วยการไปเดินParkที่ใกล้ๆบ้านครับ ถือว่าสวยมากเลยทีเดียวแต่อากาศแอบร้อนเราเลยหาที่พักกันหน่อย จากนั้นเราก็นั่งTaoyuanmetroไปสถานีA18เพื่อไปยังห้างซึ่งเราก็ได้ไปดูหนังกันค้าบ ซึ่งก็คือ Conan นั่นเองง ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆเลยทีเดียวเพราะเป็นอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่มีsubtitleเป็นภาษาจีน ซึ่งเราก็ต้องตั้งใจดูกันหน่อยแต่สุดท้ายแล้วเราก็เข้าใจเนื้อเรื่องมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากนั้นเราก็ไปกินซูชิแล้วไปกันต่อที่ X-park ซึ่งเป็นเหมือนสวนสัตว์เลยก็ว่าได้เพราะภายในมีสัตว์มากมายให้ได้ชมและยังเป็นสัตว์ที่หายากด้วย ซึ่งที่ผมชอบมากๆเลยก็คือภายในจะมีการแบ่งzone เช่น Temperate sea ,abyss of the sea, freezing zone และอื่นๆอีกมากมายถึง 13 zones ด้วยกันซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมชอบมากๆเพราะเรามันเป็นสายEarth and Biologyอยู่ละ เลยชอบที่นี่เป็นพิเศษครับจากนั้นเราก็ปั่นจักรยานกลับบ้านชมวิวเมืองที่นี่กันครับ
Subtitle for This Block
Title for This Block
Text for This Block
Day 11 (July 5)
วันนี้เราก็ได้เดินทางไปยังสวนดอกไม้ใจกลางหุบเขาที่ Miaoli county ครับ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทาง ภายในมีการตกแต่งที่สวยงามมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารและร้านของฝากครับ ที่นี่เราสามารถถ่ายรูปได้ทุกจุดเลยครับสวยงามมากๆ และตอนบ่ายเราได้ไปบ้านเดิมของพ่อBrianครับ ซึ่งอยู่ที่เมือง Yuanli ใกล้ๆกันเลยและผมก็ได้ไปเดินดูสถานที่ต่างๆของเมืองนี้ครับ เป็นเมืองเล็กๆกลางภูเขาและทุ่งนาแต่กลับมีสเน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ หลังจากนั้นเราก็ได้ทานมื้อเย็นกันที่นี่แล้วก็เดินทางกลับบ้านที่Taoyuanต่อครับ
Day 12 ,13 and 14 (JULY 6, 7, and 8)
วันนี้ไม่ได้มีแพลนอะไรมากตอนเช้าเราเลยออกมาดูพี่ๆต่อsprinklerกันครับ และหลังจากนั้นเราก็รับบทเป็นgardener ตัดแต่งต้นไม้และเก็บกวาดสิ่งต่างๆบนต้นไม้ออกครับ และบังเอิญว่าเป็นวันที่ไต้ฝุ่นเข้าเราเลยไม่ได้ออกไปไหนเลยครับ พอตกเย็นเราก็ออกไปกินซูซิกันครับแล้วก็กลับมาพักผ่อนกันวันต่อมาตอนเช้าฝนยังตกอยู่ผมเลยได้ไปดูการปลูกผักแบบhydroponicsที่บ้าน และหลังจากนั้นได้เข้าร่วมพิธีเปิดค่ายLeadership’s Camp ครั้งที่30แบบออนไลน์ แต่พอตกเย็นอากาศดีขึ้นเราเลยได้ไปที่Campจริงๆครับครับที่ Miaoli county อีกเช่นเคย จากนั้นพอไปถึงก็ได้เจอ Anna(USA IFYE),Tuli(Estonia IFYE) and Han อีกครั้งนึง และยังได้รู้จักเพื่อนๆอีกมากมายเลยเช่น BB,Jeffrey,Yi Chen,Neri,Howard and Eric ทุกคนเก่งกันมากๆและเราก็เป็นทีมที่เยี่ยมมากเช่นกัน วันต่อมาเป็นวันสุดท้ายที่เราได้อยู่ในค่ายนี้แล้ว ตื่นเช้ามาเราก็ได้ทำกิจกรรมตอนเช้านั่นก็คือ เต้น นั่นเอง555 ซึ่งยากมากๆสำหรับเราเพราะไม่ค่อยสนิทกับร่างกายตัวเองซักเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราก็ทานอาหารเช้าและไปทำกิจกรรมต่อ เช้านี้เป็นกิจกรรมที่ให้เราก็ค้นหาตัวเองเรียกว่า DISCซึ่งมาจากคำว่ำDominance,Influence,Steadiness and Conscientiousness นั่นเอง หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารเที่ยงแล้วเราก็ต้องลากับเพื่อนๆกันแล้วล่ะ บอกเลยว่าเป็นเวลาที่เรารู้จักกับเพื่อนไม่ถึงหนึ่งวันแต่กลับรู้สึกผูกพันและมีความสุขที่ได้อยู่กับทุกคนมากๆ
Day 15 (July 9)
วันนี้เริ่มต้นด้วยการไปวัดGanquanที่เมือง Guanyin ซึ่งเป็นเมืองทางทิศตะวันตกที่ติดทะเลของTaoyuan ซึ่งเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิและเป็นที่น่าเชื่อถือสำหรับคนในละแวกนั้นมากๆ ว่ากันว่าใครที่จะออกเรือไปหาปลาแล้วอยากจะปลอดภัยและได้ปลากลับมาเยอะๆก็ต้องมาไหว้ที่วัดนี้ก่อนเสมอ ซึ่งบรรยากาศภายในก็น่ากราบไหว้บูชามากๆและสถาปัตยกรรมของที่นี่ก็มีความประณีตและสวยงามมากๆเลย จากนั้นเราก็ไปชมวิวบริเวณชายทะเลกันครับ หลังจากนั้นก็ไปยังบ้านของสองสามีภรรยาIFYEที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาครับหลังจากนั้นก็ไปกินBuffetกันต่อที่Taoyuan International Airport ซึ่งอาหารอร่อยมากๆครับและขอบคุณ ทั้งสองคนมากๆที่เลี้ยงมื้ออาหารที่ดีกับผมครับ
Day 16 July (10)
วันนี้ก็เป็นวันนี้คุณLouisและทุกคนในบ้านไปเมือง Fuzhou ประเทศจีนกันและเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่บ้านหลังนี้แล้วครับ ซึ่งเราก็ได้ร่ำลากับทุกคนหวังว่าจะสนุกและแฮปปี้กับทริปนี้ครับ จากนั้นเราก็กลับไปจัดของแล้วตกเย็นก็ไปกินHot pot กับคุณEason Leeหรือว่าพ่อของBrianนั่นเองแล้วเราก็กลับบ้านครับ เป็นการอยู๋กับครอบอุปถัมภ์ครั้งแรกในชีวิตและอบอุ่นมากเลยครับ อยากแล้วว่าเมืองต่อไปจะเป็นแบบไหนกันนะ
Day 17 (July 11)
วันนี้ก็มาถึงวันที่เราต้องย้ายบ้านไปอยู่กับอีกhost familyนึงแล้ว ในตอนเช้าคุณพ่อของBrianก็เป็นคนไปส่งเราที่ High Speed Rail(HSR) แล้วได้เดินทางไปทางใต้นั่นก็คือเมือง Yunlin นั่นเอง ซึ่งใช้เวลาเพียง1ชั่วโมงเท่านั้นเอง สะดวกและเร็วมากเลย พอถึงเราก็ได้เจอ Mina ซึ่งเป็นhost familyของเราเองและเราได้เจอกับ Ana อีกด้วยซึ่งบอกเลยว่าเราได้อยู่เมืองเดียวกันและได้ไปทำกิจกรรมด้วยกันต่อไปอีกยาวเลยล่ะ แค่คิดก็สนุกแล้วล่ะเนี่ยย จากนั้นเราก็เดินทางไปที่ Yunlin farmer association ที่เมือง Dounan และได้ไปทำกิจกรรมกับผู้คนหลากหลายช่วงวัยมากๆซึ่งทำให้กิจกรรมต่างๆสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้นเลยล่ะและยังเป็นกิจกรรมที่กระชับความสัมพันของเกษตกรรุ่นหลังและรุ่นใหม่ไว้อีกด้วย หลังจากนั้นเราก็ได้ไปสำรวจรอบๆบริเวณoffice ซึ่งจะมีอาคารซึ่งถูกก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยที่ไต้หวันถูกจักวรรดิญี่ปุ่นปกครองซึ่งตอนนี้ที่นี่กลายเป็นที่เก็บข้าวให้สำหรับประชาชนในยามเกิดวิกฤตหรือให้ทหารได้เช่นกันหลังจากนั้นเราก็ได้ไปทานมื้อเย็นแล้วกลับไปที่บ้านกันครับ
Day 18 (July 12)
ตื่นเช้ามาวันนี้เราก็ต้องไปยังเมือง Mailiao township ซึ่งเป็นเมืองทางทิศตะวันตกที่ติดทะเล ซึ่งวันนี้เราได้เรียนรู้หลายอย่างมากเริ่มด้วยการทำฟาร์มหอย เราได้รู้ถึงกระบวนการต่างๆตั้งแต่การเลี้ยง การเก็บเกี่ยวผลผลิตอันนี้เราก็ได้ใช้ตาข่ายลงไปตั้งกลางบ่อน้ำจริงๆด้วยแล้วหลังจากนั้นก็ได้รู้วิธีการทำความสะอาดก่อนที่จะส่งไปขายในตลาด นอกจากนั้นเรายังได้ตกปลาอีกด้วย บอกเลยว่าปลาตัวใหญ่มากๆ หลังจากนั้นเราก็ไปกันต่อที่ฟาร์มหมูซึ่งที่นี่มีหมูทุกวัยเลยล่ะตั้งแต่หมูที่พร้อมสืบพันธุ์ ตัวที่ท้อง ลูกหมูที่เพิ่งคลอดได้ 1 วัน 3 วัน 1เดือนจนตัวที่โตเต็มที่สามารถสร้างราคาได้ซึ่งตัวที่อุดมสมบูรณ์อาจมีน้ำหนักถึง110-120กิโลกรัมเลยทีเดียวและที่น่าสนใจคือที่นี่เป็นฟาร์มหมูที่ปราศจากเชื้อ African swine fever ซึ่งมีไม่กี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเพราะก่อนเข้าฟาร์ม เราต้องใส่uniformเฉพาะเท่านั้น จากนั้นเราก็ไปทานมื้อเที่ยงกันครับ ตอนบ่ายก็ไปกันต่อที่ฟาร์มหน่อไม้ฝรั่ง(asparagus) ได้รู้วิธีเก็บเกี่ยวและการแปรรูปครับ ต่อไปอีกฟาร์มที่นี่จะมีผักนานาชนิดมากตั้งแต่ กะหล่ำปลี สตรอเบอรี่ ฟักทอง พริกและอื่นๆอีกมากมาย ตอนเย็นเราก็ไปกันที่หอสมุดของเมือง Mailiaoกัน ซึ่งกว้างขวาง มีfacilities เยอะมากๆเหมาะสำหรับเด็กและครอบครัวมากๆครับ
Day 19 (July 13)
วันนี้เราได้ไปเมืองฟาร์มเมือง Gukeng townshipได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสมุนไพรต่างๆแล้วได้เดินไปดูรอบๆตอนบ่ายเราได้ลองทำครีมจากสมุนไพรบรรจุลงในกระปุกและชาสมุนไพรด้วยตัวเองด้วยสนุกมากๆเลย จากนั้นตอนเย็นเราก็ไปที่ตลาดกันซึ่งเป็นตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์ของเมืองนี้นี่เองและเรายังได้แวะที่Honey museumและที่น่าสนใจคือน้ำผึ้งที่นี่ถูกนำเข้ามาจากจังหวัดเชียงใหม่ของไทยเราด้วย
Day 20 (July 14)
วันนี้เราได้ไปมหาลัยแห่งหนึ่งใน Gukeng township ซึ่งเป็นมหาลัยที่ส่งเสริมการเกษตรและการใส่ใจในสิ่งมีชีวิตเพื่อที่จะสร้างบุคคลต้นแบบตามหลักการEco-friendly ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจและหายากในไทยเพราะเค้าเน้นการดูแลทั้งสัตว์และคนรอบๆตัวเราให้มีการเป็นอยู่ที่ดี จากนั้นเราก็ได้ไปขี่ม้ากันครับ จากนั้นเราก็ไปกินข้าวเที่ยงกันที่สมาคมของชาวบ้านซึ่งเป็นสมาคมที่ให้ผู้สูงอายุมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนและช่วยเหลือกันครับเนื่องจากบางคนไม่ได้มีคนดูแลจึงเกิดเป็นสมาคมแห่งนี้นี่เอง และอาหารที่เราได้กินในวันนี้ก็เป็นฝีมือจากผู้สูงอายุของที่นี่ที่ช่วยกันทำอาหารครับ ส่วนตอนบ่ายเราไปยังเมือง Lennei township เพื่อไปฟาร์มซึ่งที่นี่มีระบบจัดการฟาร์มที่ดีมากๆทั้งในเรื่องของการจัดการอุณหภูมิ การระบายอากาศ การทำฟาร์มorganicโดยการใช้จุลินทรีย์และไส้เดือนแทนการใช้สารเคมี ซึ่งในฟาร์มแห่งนี้มีผักหลากหลายชนิดมากเช่น ผักกาด โหระพา มิ้น ผักชีฝรั่งและอื่นๆอีกมากมาย หลังจากนั้นเราก็ได้มาทำสลัดกันครับ และวันนี้เราก็ได้ออกทีวีกันด้วยเขินมากๆเลยครับ5555
Day 21 (July 15)
ตื่นเช้ามาวันนี้เราจะไปกันที่ Huwei township เราได้ไปดูโรงงานการทำถั่วกันครับเพราะเมืองนี้ดังเรื่องถั่วมากๆ เราได้เห็นตั้งแต่การคัด การส่งผ่านเครื่องจักร และการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งมีหลายอย่างมากๆเช่น น้ำมันจากถั่วลิสง ขนมทานเล่นและไอศกรีมหลังจากนั้นสมาคมก็พาเราไปกินHot potครับ บอกได้เลยว่าฟินมากๆ หลังจากนั้นเราก็ไปยัง Tuku township ซึ่งเราได้ไปดูร้านบะหมี่ของที่นี่ซึ่งมีประวัติมานานหลายสิบปีซึ่งความโดดเด่นของที่นี่คือมีบะหมีหลายแบบมากเช่น รสผักโขม รสมะเขือเทศ รสแก้วมังกรแล้วเราโดนลองม้วนเส้นบะหมีเองด้วย🤩🤩 จากนั้นเราก็ไปยังร้านตรงข้ามซึ่งทำเกี่ยวกับน้ำมันจากสิ่งต่างๆเช่น พริก กระเทียม ขิงและโรสแมรี่[ซึ่งอันนี้หอมมากๆเลยล่ะ] ซึ่งที่นี่เค้าสามารถนำขนมปัง ผักหรือแม้กระทั่งไอศครีมมาทานคู่กับน้ำมันหล่านี้ได้ รสชาติที่ออกมาก็ลงตัวแบบไม่น่าเชื่อเลยครับทุกคน จากนั้นเราได้ไปโรงงานซีอิ้วกันครับได้รู้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเลย ซึ่งที่นี่จะใช้ black peanut ที่นำเข้าจากประเทศแคนาดาครับแต่น่าเสียดายที่วันนี้เราได้แค่มาดูวิธีการและอุปกรณ์ไม่ได้เห็นตอนทำงานจริงๆเพราะเป็นsummer vacationของพนักงานที่นี่ครับ🥹
จากนั้นเราก็ไปยังฟาร์มโกโก้กันครับ ซึ่งที่นี่สวยเอามากๆเลยมีคาเฟ่ด้วยโดยฟาร์มที่นี่นั้นเป็นแค่ตัวอย่างของการปลูกโกโก้เท่านั้นเพราะจริงๆแล้วแหล่งหลักที่ปลูกโกโก้คือที่ Pingtung เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการปลูกมากกว่า และวันนี้เราก็ได้รู้วิธีการทำช็อกโกแลตด้วย ก่อนกลับเราก็ได้ชิมชาโกโก้และคุกกี้ซึ่งรสชาติดีมากๆ ชาก็หอมมากครับ
Day 22 (July 16)
วันต่อมาเราได้ไป Yuanchang township ดูโรงงานที่สร้างเครื่องยนต์และรถไถที่ใช้ในการเกษตรซึ่งเป็นแหล่งหลักที่ส่งออกของที่นี่เลย จากนั้นเราไปฟาร์มดอก Texas bluebell แล้วได้จัดช่อดอกไม้เป็นของตัวเองอีกด้วย จากนั้นเราได้ไปดูโรงงานผักได้รู้ถึงการจัดการ การเก็บและการส่งไปยังร้านค้าต่างๆ ตอนบ่ายวันนี้เราไปยัง Shuilin township ซึ่งเราได้มาทำขนมโมจิที่สอดไส้งาดำกันคับจากนั้นก็ไปจิบกาแฟที่ร้านของชาวบ้านและไปวัดที่อยู่ใกล้ๆกันครับ
Day 23 (July 17)
วันนี้เรามายังCihtong township ได้เห็นการทำเต้าหู้ตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดถั่วจนถึงการทำเป็นแผ่นจากน้ำถั่วเหลืองซึ่งน่าทึ่งมากๆเลย และยังไปดูฟาร์มผักของที่นี่และเรายังได้เจอเพื่อนคนไทยที่ทำงานอยู่ที่นี่อีกด้วยซึ่งน่ารักมากๆเลยสอนเราหลายอย่างเลยจากนั้นตอนบายเราไปยัง Dapi township เพื่อดูการทำผักกาดดองของที่นี่ซึ่งเป็นที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องนี้มาก แล้วเราก็ได้เจอคนไทยอีกหนึ่งคนที่นี่ด้วย จากนั้นเค้าก็พาเราไปเดินชมเมืองซึ่งสองข้างทางยังมีstreet artซึ่งเมืองนี้ยังได้รับรางวัลที่1ในการแข่งขันอีกด้วย😚🤩
Day 24 (July 18)
วันนี้เราได้ไปXiluo township ได้ไปเก็บต้นหอมกันจากฟาร์มแล้วกลับมาคัดแยกและล้างเพื่อนำไปแพ็คของส่งขายในตลาด จากนั้นเราก็ไปทำอาหารกันเราได้ทำไข่เจียว ข้าวผัดและแพนเค้กจากต้นหอมซึ่งอร่อยมากๆเลย จากนั้นตอนบ่ายก็ไปพิพิธภัณฑ์หุ่นเชิดของที่นี่แล้วก็ไปเดินดูร้านหนังสือในเมืองกันก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน
Day 25 (July 19)
วันนี้เราจะไปเที่ยวที่Tainanกันทุกคนน ออกจากบ้านประมาณสิบโมงเช้าแล้วเราก็ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่Chiayiกันนะ แล้วร้านที่เรามากินก็เป็นร้านดังมากๆคิวแน่นจนเบียดกันเลยย จากนั้นเราก็ไปยังสวนดอกไม้สไตล์ฝรั่งเศสกันซึ่งสวยมากๆแต่เสียดายที่มาตอนหลังไต้ฝุ่นเข้าเลยทำให้ดอกไม้ร่วงไปเยอะเลยแต่ก็ยังสวยและคนเยอะอยู่ดี จากนั้นเราก็ไปยังnight marketกันที่นี่มีของกินท้องถิ่นเยอะมากๆ เราก็ได้ลองกินหลายอย่างเลยย จากนั้นก็กลับไปพักที่โรงแรมกัน
Day 26 (July 20)
วันนี้เราก็ตื่นเช้ามาเพื่อที่จะไปเดินเที่ยวรอบๆTainanกัน ซึ่งบรรยากาศก็ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นักแต่ก็มาขวางเราไม่ได้อยู่ดี😆 และนี่ก็คือบรรยากาศระหว่างทางนะทุกคนแบบดีมาก ปลอดภัย สะอาดตามากกก เราก็เดินไปเรื่อยๆแล้วก็เริ่มเหนื่อยเลยตัดสินใจปั่นจักรยานไปจนถึงNational park แต่เราดันมาเร็วเกินไปแหละ555 เลยไม่ได้ไปล่องเรือชมป่าโกงกางแต่ไม่เป็นไร รอบหน้าละกันนน จากนั้นเราก็ปั่นจักรยานไปยัง sunset beach🏝️ ชมวิว ถ่ายรูป นั่งทำMVซักพักก็ได้เวลากลับโรงแรมกันแล้ว ตอนบ่ายเราไปเล่นescape roomกัน แล้วก็ไปเดินตลาดที่มีประวัติยาวนานของที่นี่และได้ลองกินอาหารหลากหลายประเภทมากๆ
Day 27 (July 21)
วันนี้เราจะเดินทางกันไปที่ Nantou เป็นเมืองเดียวที่ไม่ติดกับทะเลดังนั้นที่นี่จึงล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน แล้วเราก็ได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่และการเพาะปลูกทีนี่ จากนั้นตอนบ่ายเราก็ไปยัง sun moon lake กัน ซึ่งเราก็ได้ปั่นจักรยานรอบๆทีนี่ ชมวิวทะเลสาบแล้วก็กลับบ้านกันครับ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราจะได้อยู่กับMinaที่เมืองYunlin เมืองนี้เมืองความเป็นชนบทที่น่ารักและการเกษตรที่ครบครัน ถือว่าเป็นเมืองที่เหนื่อยมากเพราะกิจกรรมแต่ละวันมีหลายที่มากๆแต่ก็คุ้มเหนื่อยมากๆเลย ได้ทำอะไรเยอะสุดๆไปเลยย ไว้ไปกันต่อพรุ่งนี้ และแอบอยากเจอเพื่อนๆทุกคนด้วยเพราะเราจะไปค่ายร่วมกันวันพรุ่งนี้นั่นเอง
Day 28 (July 22)
วันนี้เราก็ย้ายของจากเมืองYunlin กลับไปที่ Hsinchu station เพื่อเข้าร่วม Irrigation and paddy camp นั่นนเองง แล้วเราก็จะได้เจอทุกคนอีกครั้งจากนั้นเราก็ไปที่กระทรวงการเกษตรของเมือง Hsinchu(ชินจู)แล้วก็ไปดูชลประธานที่dongxing canal จากนั้นตอนบ่ายเราไปยังฝายเก็บน้ำที่Ruanqioซึ่งที่นี่มีระบบจัดการที่น่าทึ่งมากๆและมีโครงการที่จะเชื่อมท่อน้ำต่อกับ Shimen resorvior ของTaoyuanอีกด้วย โดยZhudong canalนี้ถือเป็นแหล่งน้ำสายหลักของHsinchuเลยล่ะ จากนั้นเรากลับไปยังที่พักของเราที่Taoyuanกันครับ
Day 29 (July 23)
วันนี้เราตื่นเช้ากันมาเดินเล่นแถวๆโรงแรม บอกได้เลยว่าบรรยากาศดีสุดๆ สวยไม่แพ้ยุโรปเลย จากนั้นเราก็เดินทางไปยัง Shimen resorvoirกันครับซึ่งที่นี่สวยมากๆเลยและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำของที่นี่ แล้วจากนั้นเราก็ไปยัง Taxi township เพื่อดูระบบน้ำของที่นี่และได้ไปทานข้าวเที่ยงกันที่ Daxi tea factory ซึ่งมีประวัติเกี่ยวกับการทำชามาอย่างยาวนาน จากนั้นเราเดินทางไปยังน้ำตก Xiaowulai ซึ่งที่นี่มีธรรมชาติที่สวยมากๆ highlightของที่นี่เลยก็คือ สะพานแขวน นั่นเองง🤩🤩 ตอนเย็นเรามากิน hot pot ที่ night market
Day 30 (July 24)
วันนี้เราไปยังมหาลัยที่เกี่ยวกับวิศวกรรมที่ผสมผสานกับการทำการเกษตรและเรายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบินโดรน การใช้VRและสุดท้ายเราได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการจัดการระบบน้ำของแต่ละประเทศครับ จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปยังบ้านหลังที่3 ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเรานั่นเองe Text
Day 31 (July 25)
วันนี้เราไปดูฟาร์มที่ Yilan city ซึ่งเป็นฟาร์มที่น่ารักมากๆ ตอนเรามามีน้องมาเล่นเปียร์โนต้อนรับเราด้วย จากนั้นก็พาเราไปดูฟาร์มแล้วก็ได้ไปทำ Aiyu jellyซึ่งเราจะกินคู่กับน้ำผึ้งบอกเลยว่าฟินมากๆ ที่นี่ยังมี Japanese melonซึ่งทำราคาได้ดีมากๆเลย จากนั้นเราก็ไปกินร้านอาหารมังสวิรัติที่นำวัตถุดิบจากชาวบ้านในท้องถิ่นมาทำ ซึ่งมันน่ากินมากๆ ตอนบ่ายเราก็ไปดูการปลูกข้าว การแปรรูปข้าวรวมถึงโรงงานข้าว
Day 32 (July 26)
เช้าวันนี้ผมได้ไปดูงานชาที่เมืองLuodong ซึ่งในงานมีชาหลากหลายรูปแบบให้ได้ลิ้มลองมีนิทรรศการและของในท้องถิ่นมาเปิดขายอีกด้วย ซึ่งงานนี้น่าทึ่งมากๆเพราะเราสามารถทดลองดื่มชายี่สิบกว่าชนิดและสามารถเลือกกลับบ้านได้ด้วย จากนั้นเราก็ไปที่Chung Hsiang Cultural and Creative Parkเพื่อไปชมผลงานของKeboลูกของโฮสนั่นเอง ซึ่งบอกได้เลยว่าสวยมากๆและยังได้รับรางวัลอีกด้วย จากนั้นตอนเย็นเราได้ไปโรงงานชาและฝึกเก็บชากันครับ
DAY 33 (July 27)
วันนี้เป็นวันพักผ่อนตามสบายครับ ตอนบ่ายผมเลยปั่นจักรยานไปที่Plum blossom lake ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ15นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งพอดีไปถึงก็ตกใจมากๆเพราะไม่นึกว่าคนจะเยอะขนาดนี้ และที่นี่ก็อุดมไปด้วยธรรมชาติ มีรถจักรยานพ่วงให้นักท่องเที่ยวได้ขับกันด้วย น่ารักมากๆเลยแต่เราก็ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบไปสองรอบเลยเต็มๆเพื่อเก็บบรรยากาศ อีกทั้งบนภูเขานี้ยังวัดที่สำคัญและสวยมากๆนั่นก็คือ Sanching temple นั่นเอง แต่เสียดายที่เราไม่ได้ปั่นขึ้นไปเพราะเป็นทางชันขึ้นเขา เลยน่าจะไม่ไหวก็เลยกลับบ้านกันครับ ตอนค่ำเราออกไปกินสเต้กกันในเมือง บอกเลยว่าชอบเสต้กของที่นี่มากๆเพราะมีทั้งหมี่เหลืองและเนื้อซึ่งเข้ากันอย่างดีเลย
Day 34 (July 28)
เริ่มวันใหม่กันต่อ วันนี้เราไปที่ Zhuangwei township เราได้มาดูฟาร์มเมล่อนซึ่งที่นี่มีพันธุ์ที่ดังมากนั่นก็คือ Camila(คามิล่า)และHami(ฮามิ)จากนั้นเราก็ไปยังโรงเรียนประถมของที่นี่ ซึ่งโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆให้กับนักเรียนแต่ที่โดดเด่นที่สุดเลยก็คือ การปั้นดินเหนียวนั่นเอง จากนั้นเราก็ได้ลองทำด้วย ตอนดูพี่ๆเค้ามาสอนดูง่ายมากแต่พอเราได้ลองทำจริงแล้วคนละอย่างเลยล่ะ🥲 บอกได้เลยว่าเกือบเละ😆 แต่สุดท้ายก็ทำออกมาได้ถึงแม้จะไม่สวยมากก็ตาม จากนั้นเราก็ได้ไปทำของDIYกับเด็กๆกัน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ melonที่นำไปหมักกับแอลกอฮอล์ น้ำตาลและส่วนกอบอื่นๆอีกและเมื่อเสร็จแล้วก็ต้องรอประมาณสามเดือนถึงจะกินได้
Day 35 (July 29)
วันนี้เราก็ไปยังJiaoxi townshipโดยคนที่ไปกับเราวันนี้คือ Chia บอกได้เลยว่าคนนี้เหมือนเป็นพี่สาวเราเลย เริ่มต้นเราไปกันที่ฟาร์มmelon ที่นี่มี golden melon และ green melon ซึ่งพันธุ์สีดองจะมีความหวานและเปลือกที่นุ่มกว่า ส่วนพันธุ์สีเขียวจะมีจุดเด่นที่เปลือกจะมีความกรอบแต่รสชาติจะอ่อนกว่าสีเหลือง ต่อไปเราก็ไปยัง Tangweigou hot spring park ซึ่งเมืองJiaoxiโด่งดังมากเรื่องของบ่อน้ำพุร้อนและเป็นไม่กี่แห่งในไต้หวันที่มีน้ำพุร้อน ตอนบ่ายเราก็ไปดูร้านค้าของสมาคมกัน จากนั้นเราก็ไปโรงงานข้าวและเรายังได้ทำชาจากข้าวด้วย ก่อนกลับบ้านเราก็ไปยัง Agrioz café ซึ่งที่นี่โด่งเรื่อง kamquat หรือ ส้มจี้ด มีผลิตภัณฑ์หลากหลายอย่างเกี่ยวกับส้มจี้ดเลย จากนั้นเราก็ไปยัง Luodong night market กับที่บ้าน
Day 36 (July 30)
เมืองที่เราไปวันนี้ก็คือ Yuanshan township วันนี้เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับไผ่ เราได้ไปเก็บหน่อไม้มา จากนั้นก็เรียนรู้การทำของต่างๆจากการสานไม้ไผ่ ต่อมาเราก็ได้ลองข้าวยัดในไม้ไผ่ซึ่งคล้ายๆกับข้าวหลามบ้านเราแล้วยังฝึกห่อบ๊ะจ่างอีกด้วย จากนั้นเราก็ไปตากอากาศที่ Yongzhen seaside park ซึ่งวันนี้อากาศดีและลมค่อนข้างแรงแต่ที่แรงที่สุดเลยก็คือแดดครับทุกคน😂 จากนั้นเราก็ไปกันที่ฟาร์มซึ่งที่นี่มีฟลายอย่างมากๆเช่น กาแฟ เฉาก๊วย แตงโม ข้าวโพดและเสาวรส แล้วเราก็ได้ฟังวิดีโอแนะนำที่นี่จากนั้นเราก็ได้ลองทำไอติมผัดกัน จากนั้นเราก็ได้ไปดูผึ้งที่เค้าเลี้ยงเอาไว้เพื่อผสมเกสรและสามารถนำน้ำผึ้งไปขายได้อีกด้วย ก่อนกลับบ้านเราก็ไปกันที่อ่างน้ำสำหรับเด็กๆมาเล่นกัน ตอนเย็นเราก็เดินเล่นแถวบ้านกันครับเพราะว่าวันนี้บรรยากาศดีมาก
Day 37 (July 31)
วันนี้เรามาที่ Wujie township เราได้ไปดูโรงงานข้าวของที่นี่จากนั้นเราก็ได้ไปดูมะระของที่นี่ซึ่งมีหลายพันธุ์มากอีกทั้งยังได้เห็นการแปรรูปมะระอีกด้วย ตอนบ่ายเราก็ได้ไปเรียนตีกลองของที่นี่ซึ่งบอกเลยว่าสนุกมาก เข้าใจง่ายและครูสอนยังเท่อีกด้วย😎 หลังจากนั้นเราก็ไปยังฟาร์มบวบแล้วก็ได้ไปพายเรือเก็บมาด้วย ต่อจากนั้นเราก็นำมาทำเป็นต้มบวบกับหอยกัน
Day 38 (Aug 1)
วันนี้เราไปที่เมืองToucheng เริ่มต้นด้วยการทำสบู่DIYจากผลไม้ในท้องถิ่นนั่นก็คือ ฝรั่ง นั่นเอง ซึ่งเราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฝรั่งจะสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลายหลายมาก จากนั้นตอนบ่ายเราก็ไปที่ Lanyang museum ซึ่งที่นี่พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะวัฒนธรรมต่างๆของYilanและเมืองนี้เอาไว้มากมายและยังมีเรื่องราวเกี่ยววาฬของที่นี่อีกด้วย และเนื่องจากที่นี่มีเกาะที่มีชื่อเสียงมากๆนั่นก็คือ Turtle island หรือ Guishan island จากนั้นเราก็เดินไปชมวิวท่าเรือและไปยังชายหาด wuchi beachกันครับ หลังจากนั้นเราก็กลับไปสมาคมเพื่อฟังบรรยายเกี่ยวกับการเกษตรของที่นี่
Day 40 (Aug 4)
วันนี้เราก็มายังเมือง Su’aoมายังฟาร์มของชาวบ้านที่นี่ข้างในก็มีพืชหลายชนิดเช่น แก้วมังกร พริก ต้นหอมและฟักทอง ที่นี่ยังมีการเลี้ยงไก่ใช่อีกด้วย จากนั้นเราก็ไปยัง Su’ao port ซึ่งที่นี่สวยกระชากใจมากๆทั้งเมือง ภูเขาและน้ำทะเลของที่นี่สีฟ้าสวยมาก จากนั้นเราไปยังวัดตรงท่าเรือซึ่งมีเทพมาจู หรือ เทพีแห่งท้องทะเล ซึ่งเป็นที่นิยมของคนที่นี่มากเพราะประชากรส่วนมากของเมืองนี้ประกอบอาชีพประมงซึ่งที่นี่มีความเชื่อว่าถ้าได้มาขอพรที่นี่ก่อนออกเรือจะโชคดีได้ปลากลับมาและปลอดภัยในการเดินเรือ จากนั้นเราก็ไปกินข้าวพื้นเมืองของที่นี่และได้เจอคุณป้าคนนี้น่ารักมากๆเลย เป็นอาม่าเราที่นี่ด้วย5555 จากนั้นเราก็ไปยัง clogs museum ซึ่งเป็นที่ที่ทำรองเท้าสไตล์ไต้หวันมีตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันเลย แล้วเราก็ได้ลองทำเองตชคู่นึงด้วย ที่นี่เราได้เจอเพื่อนใหม่จากมาเลเซียและฮ่องกงด้วย
DAY 41 (Aug 5)
วันนี้เราได้มายังเมือง Sanxing ตอนเช้าได้ไปเก็บต้นหอมแล้วนำไปทำแพนเค้กต้นหอมกัน รอบนี้เราทำได้สวยมากๆ จากนั้นเราก็ไปกินอาหารพื้นเมืองที่ชื่อว่า Teimu ซึ่งเป็นหนึ่งในชนพื้นเมืองของไต้หวัน จากนั้นเราก็ไปยังย่านรถไฟเก่าของที่นี่ซึ่งครั้งนึงญี่ปุ่นเคยใช้ขนไม้HinokiจากTaipingshanไปยังท่าเรือ จากนั้นเรากลับไปสมาคมซึ่งมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับต้นหอม เรายังได้ลองทำจากชาและยังได้ทำข้าวพองด้วย ซึ่งตอนแรกเค้าบอกว่าเด็กๆจะกลัวมากเพราะเสียงดังแต่เราก็ไม่คิดว่าจะขนาดนั้นแต่พอได้ลองทำแล้วรู้ซึ้งเลยครับท่านผู้ชม5555 สติเกือบหลุดด😇 จากนั้นเราก็ไปวัดบนภูเขาที่ใหญ่มากๆในเมืองsanxingกัน
Day 42 (Aug 6)
วันนี้เรามายังเมืองLuodong ซึ่งวันนี้ทั้งวันจะเกี่ยวแก้ววมังงงกรรร เริ่มต้นจากการไปเก็บแก้วมังกรกันครับ จากนั้นเราก็นำมาทำน้ำแก้วมังกรกัน ตอนบ่ายเราก็ได้ทำบะหมี่แก้วมังกรและได้ตกแต่งอ่างเลี้ยงปลาเป็นของตัวเองอีกด้วย ซึ่งวันนี้ก็สนุกมากๆเลยเพราะเราได้อยู่กับเด็กๆทั้งวันเลยย จากนั้นเราก็กลับบ้านจัดของกันครับ กลางคืนก็ลงมากินKFCที่โฮสซื้อมาให้กินแล้วก็ถ่ายรูปก่อนที่พรุ่งนี้เราจะแยกกันแล้วครับ บอกได้เลยว่าบ้านนี้เราผูกพันธ์กับครอบครัวนี้มากๆ ไม่อยากกลับเลยย😭😭
Day 43 (Aug 7)
วันนี้โฮสมาส่งเราที่Luodong train station และเดินทางกลับไปไทเป และเราก็แอบน้ำตาซึมเพราะต้องลากับทุกคนและนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเกือบเดือนครึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าเราใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไทยแล้ว ตอนแรกเราคิดว่ามันต้องนานมากแน่ๆ แต่สุดท้ายพอนึกย้อนกลับมันเร็วเหมือนแค่กระพริบตาเดียวเลยล่ะ จากนั้นเมื่อมาถึงก็เจอRuthมารับแล้วพาเราไปสมาคม ระหว่างนั้นเราก็ไปเที่ยวในเมืองกันโดยมีJennyเป็นคนพาพวกเราเที่ยว หลังจากนั้นเราก็กลับมายังสมาคมเพื่อรับเกียรติบัตรแล้วเดินทางกลับโรงแรม
สุดท้ายนี้เราอยากขอบคุณทุกคนที่นี่ ที่ได้ให้ความรู้ ประสบการณ์ ความทรงจำที่ดีให้กับเรา อยากขอบคุณhost family,Ruth,Daniel,Dr.Yen,Louisและทุกคนที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ขอบคุณIFYE Taiwan และ IFYE Thailandที่ได้มอบโอกาสให้ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ นอกจากนั้นต้องขอบคุณ RAOT หรือการยางแห่งประเทศไทยที่สนับสนุนผมด้วยครับ

















































































































































































































































































































































































































































































































































